
สวนแนวตั้งกำลังมาแรง แต่รู้ไหมว่าต้องใช้ตะแกรงอะไร?
Vertical Garden หรือสวนแนวตั้งกำลังได้รับความนิยมสูงมากในประเทศไทยครับ ทั้งในบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านอาหาร และอาคารพาณิชย์ต่างๆ เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “โครงสร้างรองรับ” ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Vertical Garden ครับ ตะแกรงที่เลือกผิดอาจทำให้สวนพัง ต้นไม้เสียหาย หรือต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดในเวลาไม่กี่ปี
วันนี้ทีมงานกรุงเทพไวร์เวิร์คจะพาทุกท่านมาดูว่าตะแกรงแต่ละประเภทเหมาะกับ Vertical Garden แบบไหน และควรเลือกสเปคอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดครับ
ทำไมตะแกรงเหล็กถึงเป็นโครงสร้างหลักของ Vertical Garden?

ก่อนเข้าเรื่องประเภทตะแกรง ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมตะแกรงเหล็กถึงเป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับ Vertical Garden ครับ
รับน้ำหนักได้ดี
ดิน กระถาง และพืชมีน้ำหนักมากกว่าที่คิดครับ โดยเฉพาะหลังรดน้ำ ตะแกรงเหล็กรับน้ำหนักได้ดีกว่าพลาสติกหรือไม้มาก
ทนทานกลางแจ้ง
ถ้าเลือกผิวเคลือบที่เหมาะสม ตะแกรงเหล็กอยู่ได้นานกว่า 10–20 ปี ไม่บิดเบี้ยวหรือเปราะแตกเหมือนพลาสติก
ระบายอากาศและน้ำได้ดี
ช่องโปร่งของตะแกรงช่วยให้รากพืชได้รับออกซิเจน และลดปัญหาน้ำขังจนรากเน่า
ยึดพืชได้มั่นคง
ทั้งรากและลำต้นของพืชสามารถเกาะและเลื้อยผ่านช่องตะแกรงได้ตามธรรมชาติ
ดีไซน์ได้หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ Modern, Industrial, Tropical หรือ Natural ก็สามารถออกแบบได้ด้วยตะแกรงเหล็กครับ
ตะแกรงแต่ละประเภทเหมาะกับ Vertical Garden แบบไหน?
1. ตะแกรงอาร์ค (Arc Welded Mesh)

เหมาะกับ Vertical Garden แบบไหน?
ตะแกรงอาร์คเหมาะกับ Vertical Garden ขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและคงทนสูงครับ โดยเฉพาะงานติดตั้งถาวรบนผนังอาคาร ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือออฟฟิศ
จุดเด่นของตะแกรงอาร์คคือความแข็งแรงของโครงสร้าง ทำให้สามารถแขวนกระถาง ถาดปลูก หรือระบบปลูกต้นไม้แบบโมดูลาร์ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งลวดลายสี่เหลี่ยมที่เรียบสม่ำเสมอยังให้ลุค Modern และ Industrial ที่กำลังนิยมมากครับ
สเปคแนะนำ
- ลวด: 2.5–3.5 mm
- ช่องตะแกรง: 5×5 ซม. หรือ 7.5×7.5 ซม.
- ผิวเคลือบ: กัลวาไนซ์ หรือพ่นสีดำด้าน
- เหมาะกับ: แขวนกระถาง สวนขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ออฟฟิศ งานติดตั้งถาวร
จุดเด่น
- แข็งแรงมาก
- รองรับน้ำหนักได้ดี
- ติดตั้งง่าย
- ดูเรียบร้อยและทันสมัย
ข้อควรระวัง
- ดัดโค้งยาก
- น้ำหนักมากกว่าตาข่ายถัก
- ต้องใช้จุดยึดที่แข็งแรง
2. ตาข่ายถัก (Knitted Wire Mesh)

เหมาะกับ Vertical Garden แบบไหน?
ตาข่ายถักเหมาะกับ Vertical Garden ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงครับ โดยเฉพาะงานที่ต้องปูตามผนังโค้ง เสา หรือพื้นที่ที่มีรูปทรงพิเศษ
นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในสวนแนวตั้งแบบ Living Wall เพราะสามารถแนบผิวผนังได้ดี รองรับพืชคลุมหนาแน่น และช่วยให้โครงสร้างดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ
สเปคแนะนำ
- ลวด: 1.6–2.5 mm
- ช่องตะแกรง: 2.5–5 ซม.
- ผิวเคลือบ: กัลวาไนซ์
- เหมาะกับ: Living Wall ผนังโค้ง พืชคลุมหนาแน่น งานตกแต่งธรรมชาติ
จุดเด่น
- ยืดหยุ่นสูง
- น้ำหนักเบา
- ติดตั้งกับพื้นผิวโค้งได้ง่าย
- เหมาะกับงานตกแต่งแนวธรรมชาติ
ข้อควรระวัง
- รับน้ำหนักได้น้อยกว่าตะแกรงอาร์ค
- ไม่เหมาะกับแขวนกระถางหนัก
- ต้องเลือกจุดยึดให้เหมาะสม
เปรียบเทียบตะแกรงอาร์ค vs ตาข่ายถัก สำหรับ Vertical Garden
| หัวข้อ | ตะแกรงอาร์ค | ตาข่ายถัก |
|---|---|---|
| ความแข็งแรง | สูงมาก | ปานกลาง |
| ความยืดหยุ่น | ต่ำ | สูงมาก |
| แขวนกระถาง | ✅ | ⚠️ |
| ปูผนังโค้ง | ❌ | ✅ |
| Living Wall | ✅ | ✅ |
| งานติดตั้งถาวร | ✅ | ✅ |
| น้ำหนักวัสดุ | หนักกว่า | เบากว่า |
| ความสวยงาม | Modern / Industrial | Natural / Tropical |
| ราคา | ปานกลาง | ประหยัด |
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกตะแกรง
1. ประเภทพืชที่ปลูก
พืชเลื้อย
เช่น พลูด่าง มะลิ เดฟ หรือไม้เลื้อยตกแต่งทั่วไป
→ ตาข่ายถักเหมาะที่สุด เพราะให้รากและลำต้นเกาะได้ง่าย
พืชในกระถาง
→ ตะแกรงอาร์คเหมาะกว่า เพราะรับน้ำหนักได้ดีกว่า
พืชคลุมหนาแน่นแบบ Living Wall
→ ตาข่ายถักเหมาะมาก เพราะแนบผนังได้ดีและดูเป็นธรรมชาติ
2. ขนาดและน้ำหนักของสวน
สวนขนาดเล็ก
→ ตาข่ายถักก็เพียงพอ น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
สวนขนาดใหญ่
→ ตะแกรงอาร์คเหมาะกว่า เพราะรองรับน้ำหนักระยะยาวได้ดี
3. สภาพแวดล้อม
ในร่ม
สามารถใช้กัลวาไนซ์ทั่วไปหรือพ่นสีได้ครับ
กลางแจ้ง
ควรเลือก Hot-Dip Galvanized เป็นขั้นต่ำ เพราะต้องโดนความชื้นและน้ำทุกวัน
ใกล้ทะเล
ควรเลือกสแตนเลสหรือ PVC Coated เพื่อป้องกันความเค็มกัดกร่อน
4. สไตล์การตกแต่ง
Modern / Industrial
→ ตะแกรงอาร์คสีดำด้าน
Natural / Tropical
→ ตาข่ายถักกัลวาไนซ์
Minimal
→ ตาข่ายถักสีเงินหรือสแตนเลส
ไอเดีย Vertical Garden ที่นิยมในไทย
1. สวนผักแนวตั้งในบ้าน
ใช้ตะแกรงอาร์คติดผนัง แขวนกระถางปลูกผักหรือสมุนไพร เหมาะสำหรับคอนโดและบ้านพื้นที่จำกัดครับ
2. ผนังไม้เลื้อยหน้าบ้าน
ใช้ตาข่ายถักติดกรอบผนัง ปล่อยให้ไม้เลื้อยขึ้นปกคลุม ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและความเป็นส่วนตัว
3. Living Wall ในออฟฟิศ
ใช้ตาข่ายถักเป็นโครงสร้างหลัก ร่วมกับระบบให้น้ำอัตโนมัติ ปลูกพืชคลุมหนาแน่น ให้บรรยากาศสดชื่นและดูทันสมัย
4. Vertical Garden ในร้านอาหารและคาเฟ่
นิยมใช้ตะแกรงอาร์คสีดำร่วมกับไม้และไฟตกแต่ง ให้ลุค Industrial ที่ดูสวยและถ่ายรูปขึ้นครับ
5. รั้วต้นไม้แนวตั้ง
ใช้ตาข่ายถักติดรั้วบ้าน ปลูกพืชเลื้อยให้ขึ้นคลุม ได้ทั้งความสวยงามและช่วยบังสายตา
เทคนิคดูแลรักษาตะแกรงใน Vertical Garden
- ตรวจสอบสภาพตะแกรงปีละครั้ง โดยเฉพาะจุดที่สัมผัสน้ำตลอดเวลา
- ซ่อมแซมจุดสนิมทันที ก่อนลุกลาม
- เลือก Hot-Dip Galvanized สำหรับงานกลางแจ้ง
- ทำความสะอาดโครงสร้างเมื่อเปลี่ยนต้นไม้
- หลีกเลี่ยงน้ำขังบริเวณจุดยึดตะแกรง
สรุป
การเลือกตะแกรงสำหรับ Vertical Garden ควรดูทั้งประเภทพืช น้ำหนักของสวน และสไตล์การตกแต่งครับ
จำง่ายๆ แบบนี้ได้เลยครับ
- แขวนกระถาง สวนขนาดใหญ่ → ตะแกรงอาร์ค
- Living Wall ผนังโค้ง พืชเลื้อย → ตาข่ายถัก
- งาน Modern / Industrial → ตะแกรงอาร์ค
- งาน Natural / Tropical → ตาข่ายถัก
หากสนใจลวดตะแกรงอาร์คหรือตาข่ายถัก บริษัท กรุงเทพ ไวร์เวิร์ค จำกัด ยินดีให้บริการ เรามีความเชี่ยวชาญในเรื่องลวดและรั้วตาข่ายมายาวนานกว่า40ปี ไม่ว่าจะเป็น ตะแกรงอาร์ค ตะแกรงสาน ตาข่ายถัก หรือตาข่ายสำเร็จรูป ก็สามารถทักเข้ามาติดต่อสอบถามได้ครับ
ติดต่อสอบถาม
Line Official : @Bkkww (https://lin.ee/gINI4hk)
Facebook : Facebook
เบอร์ติดต่อ : 02-219-4777,090-992-3131(คุณเค้ก)
บริษัท กรุงเทพ ไวร์เวิร์ค

